ทำไมสมองของแต่ละคนจึงเรียนรู้และเติบโตต่างกัน
สำรวจโครงสร้างสมองและระบบประมวลผลภายใน ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม ความคิด และศักยภาพ
5 MIN READ →เรียนรู้โครงสร้างภายในของจิตใจและสมองของคุณ
เพื่อค้นพบแนวทางการพัฒนาที่เป็นของคุณโดยเฉพาะ
สำรวจโครงสร้างสมองและระบบประมวลผลภายใน ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม ความคิด และศักยภาพ
5 MIN READ →เข้าใจแนวคิดของการพัฒนาแบบเฉพาะบุคคล ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของคุณ
6 MIN READ →ภาพรวมของ 8 แก่นรูปแบบจิตใจที่เป็นฐาน ของระบบ Brain & Core
7 MIN READ →เมื่อคุณเข้าใจโครงสร้างภายใน คุณจะสามารถออกแบบการใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการพัฒนาตัวเองได้อย่างเหมาะสม
ผสานองค์ความรู้จากประสาทวิทยา จิตวิทยา และพฤติกรรมศาสตร์
ออกแบบเส้นทางการเติบโตที่ตรงกับธรรมชาติของแต่ละบุคคล
ให้แนวทางและเครื่องมือที่ช่วยให้คุณพัฒนาได้จริงในชีวิตประจำวัน
เริ่มการเดินทางสู่การเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง
ผ่านการประเมินที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
THE ASSESSMENT
~10–15 นาที · ได้โปรไฟล์ Core + Roadmap ส่วนตัว · จากนั้นเข้าสู่ Dashboard ของคุณ
✦ สิ่งที่คุณจะได้รับ
ภาพชัดเจนว่าจิตใจคุณจัดระเบียบตัวเองอย่างไรจริงๆ
บทฝึกรายวันที่ออกแบบให้ตรงกับแบบของคุณ ไม่ใช่คำแนะนำสำเร็จรูป
ติดตามการเติบโตด้วย streak · milestone · คำแนะนำที่พัฒนาไปกับคุณ
✦ ตัวอย่างผลลัพธ์

Your Primary Core · ตัวอย่าง
ผู้สร้างโครงสร้างจากความว่างเปล่า — มองเห็นแบบแผนที่คนอื่นมองไม่เห็น
ตัวอย่างผลลัพธ์ — ของคุณจะเฉพาะตัวตามการประเมิน
✦ ทำไมมันถึงต่าง
คำแนะนำพัฒนาตัวเองส่วนใหญ่ล้มเหลว เพราะมันสำเร็จรูป — ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคุณ BRAIN & CORE เริ่มจากวิธีที่จิตใจของคุณทำงานจริง แล้วจึงสร้างบทฝึกที่พอดีกับแบบนั้น นั่นคือความต่างระหว่างคำแนะนำที่คุณเลิกทำกลางคัน กับการเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับคุณจริง
01 — บทนำ
BRAIN & CORE ไม่ใช่แบบทดสอบบุคลิกภาพ และไม่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดคนให้อยู่ในกล่องใดกล่องหนึ่ง
แต่เป็น Framework สำหรับสำรวจแรงขับพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังความคิด พฤติกรรม การตัดสินใจ และการเติบโตของมนุษย์ เราเชื่อว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยป้ายชื่อเพียงคำเดียว — ไม่มีใครเป็นเพียงคนมีเหตุผล ไม่มีใครเป็นเพียงคนมีวิสัยทัศน์ ไม่มีใครเป็นเพียงนักสู้หรือผู้ดูแล ภายในตัวเราทุกคนมีแรงขับหลายรูปแบบดำรงอยู่พร้อมกัน
BRAIN & CORE ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้คนมองเห็นแรงขับเหล่านั้น เข้าใจรูปแบบการทำงานของตนเอง และเรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างมีสติ
BRAIN & CORE is not a personality test. It is a framework for exploring the fundamental forces that shape human behavior, decision-making, growth, and transformation — created to help people recognize those forces and learn to work with them consciously.
02 — โครงสร้าง
ภายในระบบมี Core หลัก 8 รูปแบบ
Core เหล่านี้ไม่ใช่ตัวตน แต่เป็นรูปแบบการรวมตัวของแรงขับพื้นฐาน ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในมนุษย์ แต่ละ Core มีทั้งจุดแข็ง ข้อจำกัด และเงาที่ต้องเผชิญ — ไม่มี Core ใดดีกว่าอีก Core หนึ่ง แต่ละรูปแบบเหมาะกับสถานการณ์และเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน
These are not personalities. They are recurring patterns that emerge when certain forces combine and stabilize within the mind. Each Core carries strengths, limitations, and shadows. None is superior — each is a different way of interacting with reality.
03 — รากฐาน
ภายใต้ The Eight ยังมีแรงพื้นฐานที่ลึกกว่านั้น — เราเรียกมันว่า The Ten Forces
แรงเหล่านี้เปรียบเสมือนส่วนประกอบดั้งเดิมของจิตมนุษย์ ทุกคนมีมันอยู่ภายใน ความแตกต่างคือสัดส่วนและรูปแบบการผสม มนุษย์จึงไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่เป็นองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ตลอดเวลา
Every person contains all ten. What makes each individual unique is the proportion and interaction between those forces. Humans are not fixed structures — they are evolving configurations.
04 — การเติบโต
เป้าหมายของ BRAIN & CORE ไม่ใช่การเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนอีกประเภทหนึ่ง
แต่คือการช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น มองเห็นจุดแข็งของตนเอง ยอมรับข้อจำกัดของตนเอง และค่อยๆ เติบโตอย่างสมดุล
ในระดับสูงสุด การพัฒนาไม่ได้หมายถึงการเป็น Core ใด Core หนึ่งอย่างสมบูรณ์ แต่คือการเรียนรู้ว่าจะใช้ Core เหล่านั้นเมื่อใด — และปล่อยมันลงเมื่อใด
At the highest levels of development, growth is no longer about becoming a perfect Core. It becomes the ability to know when to use a Core — and when to let it go.
05 — บทส่งท้าย
มนุษย์ไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์แบบ เราเป็นส่วนผสมของแรงขับ ความขัดแย้ง ความปรารถนา และการเปลี่ยนแปลง BRAIN & CORE ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบอกว่าคุณเป็นใคร แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนคุณอยู่
BRAIN & CORE does not exist to tell you who you are. It exists to help you understand what is shaping you — and perhaps, through that understanding, discover who you may become.
~10–15 นาที · รู้ Core ของคุณ + Roadmap เฉพาะตัว
BRAIN & CORE · Vol. I · MMXXVI
"ทุกก้าวเล็กๆ ในวันนี้ สร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ของคุณ"
Keep showing up.
You're becoming
who you're meant to be.
Keep the flame alive.
Small steps, big change.
See how you're growing.
What made you proud today?
Your journey so far.
You vs who you're becoming.
You've come a long way.
Keep becoming.
"
Every journey of a thousand miles begins with a single step.
Unlock
The Dreamer Theme
Chapter I: The Visionary
การดำเนินการนี้จะลบประวัติทั้งหมด (แบบสอบถาม, ภารกิจที่ทำ, ระดับ Core) ไม่สามารถเรียกคืนได้
หน้าที่บริหารระดับสูงของสมอง โครงสร้าง 3 มิติแกนหลัก
ความสามารถของสมองในการเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และสร้างเส้นทางใหม่
การสังเคราะห์โมเดลจิตวิทยา ทฤษฎีบุคลิกภาพ และระบบ Big Five
ระบบ Brain Core ไม่ใช่การทดสอบเพื่อจำแนกบุคลิกภาพแบบตายตัว แต่คือ กรอบแนวคิดเชิงจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาตนเอง ที่จำลองแนวโน้มการประมวลผลทางจิตใจของบุคคล เมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
คุณลักษณะของแต่ละ Brain Core ถูกถอดรหัสจากทฤษฎี Executive Functions (EFs) ซึ่งเป็นกระบวนการทางปัญญาขั้นสูงที่ถูกควบคุมโดยสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำหน้าที่กำกับดูแลความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย[8] ระบบของเราประยุกต์ใช้โครงสร้างที่สอดคล้องกับมาตรวัดทางคลินิก BRIEF-A (Behavior Rating Inventory of Executive Function-Adult Version)[10] โดยอิงโมเดลแกนหลักสามมิติของ Adele Diamond (2013)[9] แบ่งทักษะเป็นกลุ่มย่อย เช่น:
Inhibitory Control (การยับยั้งชั่งใจ) — แกนหลักของกลุ่ม Operator และ Tactician · Working Memory (ความจำขณะทำงาน) — ฐานของกลุ่ม Persistent · Cognitive Flexibility (ความยืดหยุ่นทางความคิด) — จุดเด่นของกลุ่ม Adaptive และ Collapse
ภารกิจรายวันในระบบ ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแบบฝึกหัดกระตุ้นและรักษาสมดุลของทักษะ EFs เหล่านี้
การอัป level ในระบบไม่ได้อาศัยเพียงระยะเวลา แต่เกิดจากการทำภารกิจ ที่ท้าทายพฤติกรรมเดิมซ้ำๆ ซึ่งอ้างอิงกลไก Neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการจัดระเบียบและสร้างเส้นทางประสาทใหม่ (Neural Pathways)
งานวิจัยคลาสสิกของ Draganski และคณะ (2004) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature แสดงให้เห็นว่า อาสาสมัครผู้ใหญ่ที่ฝึกทักษะใหม่ (การโยนรับลูกบอล) อย่างต่อเนื่อง 3 เดือน มีปริมาณเนื้อสมองสีเทา (Gray Matter) เพิ่มขึ้นราว 3–4% และลดลงเมื่อหยุดฝึก[18] และงานวิจัยต่อมายังพบว่ากลไกนี้เกิดขึ้นได้แม้ในผู้สูงอายุวัย 60 ปี[18b] ทำให้การตอบสนองแบบใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่า กลายเป็นโหมดการทำงานหลักของสมองในที่สุด
จุดอ่อน (Weaknesses) หรือสภาวะเสียสมดุลของแต่ละ Core ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความบกพร่อง แต่ถูกทำความเข้าใจผ่านมุมมองของ Coherence Therapy ว่าเป็น "การปรับตัวอันชาญฉลาด" (Ingenious Adaptations) ที่สมองส่วนอารมณ์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องจิตใจจากภัยคุกคามในอดีต[14]
ภารกิจในระบบจึงไม่ใช่วิธีการฝืนธรรมชาติ แต่เป็นกระบวนการมอบประสบการณ์ใหม่ที่ปลอดภัย เพื่อเข้าไปปลดล็อกและเขียนทับ (Reconsolidate) วงจรความจำเชิงอารมณ์ที่ล้าสมัย ให้สอดคล้องกับบริบทชีวิตในปัจจุบัน
เพื่อป้องกันปัญหาการหมดไฟ (Burnout) ระบบพัฒนาตนเองรายวันใช้หลักการ คำนวณแรงจูงใจของ Victor Vroom[11] ผ่านสมการ M = E × I × V
แรงจูงใจ (M) จะเกิดขึ้นได้ต้องมี ความคาดหวังว่าจะทำสำเร็จ (Expectancy), ความเชื่อมั่นในกลไก (Instrumentality), และ เห็นคุณค่าของผลลัพธ์ (Valence) ระบบ To-Do List จะช่วยย่อยเป้าหมายการพัฒนาจิตวิทยาที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นขั้นบันไดเล็กๆ เพื่อรักษาค่า Expectancy ไม่ให้ลดทอนลงไปจนเป็นศูนย์
บันไดการวิวัฒนาการระดับเลเวล 1 ถึงเลเวล 5 ของแต่ละ Core ถอดแบบมาจากทฤษฎีจิตวิทยาของ Jane Loevinger[13]
การเริ่มต้นที่ระดับยึดติดกับกลไกป้องกันตัว เทียบเท่ากับขั้น Self-Protective · การที่แกนสมองทำงานหนักจนครอบงำตัวตน เทียบเท่ากับขั้น Conformist · เป้าหมายสูงสุดของระบบ (Level 5) คือการนำพาผู้ใช้วิวัฒนาการสู่ขั้น Integrated Stage ซึ่งบุคคลมีปัญญาหยั่งรู้ภายใน เคารพความแตกต่าง และสามารถประสานความขัดแย้งในจิตใจได้อย่างสมบูรณ์
คำว่า "Brain Core" หรือ "แกนสมอง" และสถิติ (Stats) ในแพลตฟอร์มนี้ เป็นเพียง อุปมานิทัศน์เชิงสถาปัตยกรรม (Architectural & Cognitive Metaphors) ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่ออธิบายรูปแบบทางลัดความคิดและการจัดการอารมณ์ คำเหล่านี้ ไม่ได้สื่อถึงโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ประสาทวิทยาคลินิก (เช่น ก้านสมอง หรือ Brainstem ที่ทำหน้าที่ควบคุมการตื่นตัวทางชีวภาพ)[15] และไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงถึงการขยายขนาดของเนื้อสมองเชิงกายภาพได้ "การเปลี่ยนโครงสร้างสมอง" ในความหมายของเว็บนี้ หมายถึงโครงข่ายการเชื่อมต่อ ระดับจุลภาคผ่านกลไก Neuroplasticity เท่านั้น
เครื่องมือวิเคราะห์ Brain Core ขับเคลื่อนผ่านรูปแบบการประเมินตนเอง (Self-report questionnaire) ซึ่งในทางการวิจัยทางคลินิกมีข้อสังเกตว่า ผลลัพธ์จากการรายงานตนเองมักมีความสอดคล้องกับ สภาวะความตึงเครียดทางอารมณ์ (Generalized Emotional Distress) ในห้วงเวลานั้นๆ มากกว่าขีดความสามารถที่แท้จริงของระบบประสาทสั่งการที่วัดจากห้องปฏิบัติการ[12] ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงทำหน้าที่เป็น "เครื่องมือสะท้อนสภาวะความคิด" เพื่อการพัฒนาตนเอง ไม่ใช่เครื่องมือประเมินเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ การบำบัดรักษา หรือการคัดกรองความบกพร่องทางจิตเวช
ชุดรหัสตัวอักษรสามหลักประจำตัวบุคคลที่ปรากฏในระบบ (เช่น DEI, DEX, FMI, FMX) เป็น "ระบบรหัสอ้างอิงพิกัดจำลองภายใน" ที่สร้างขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับสถาปัตยกรรม Brain Core System เพื่อใช้ระบุและจัดหมวดหมู่กลุ่มพฤติกรรมในโครงสร้างของเรา รหัสย่อเหล่านี้ ไม่ได้ถูกอ้างอิง หรือมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใดๆ กับมาตรวัดจิตวิทยากระแสหลัก รหัสโรค รหัสสารเคมีทางเภสัชวิทยา[3] หรือรหัสผ่านระบบสากลใดๆ[5] นอกขอบเขตของแพลตฟอร์มนี้
มนุษย์หนึ่งคนไม่ได้ประกอบขึ้นจากฟังก์ชันเดียว และไม่มีความโน้มเอียง (Cognitive Tendency) ใดที่สมบูรณ์แบบหรือผิดปกติ ทุกรูปแบบความคิดย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย (Cost) และพลังขับเคลื่อนเฉพาะตัว ระบบนี้จึงขอต่อต้านการนำผลลัพธ์ไปใช้เพื่อการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) การเหมารวม (Stereotyping) หรือการสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำที่ทำร้ายผู้อื่น
ก่อนจะมีแสง ก่อนจะมีความมืด ก่อนแม้แต่สิ่งที่จะถูกเรียกว่า "มีอยู่" — ทุกสิ่งยังเป็นหนึ่งเดียว จนรอยสั่นสะเทือนเล็กที่สุดทำให้ "หนึ่ง" อาจกลายเป็น "สอง"
The origin of all difference — not a creation, but the smallest possibility that everything could not remain the same forever.
แรงขับพื้นฐานดั้งเดิม · ยังไม่มีบุคลิก ยังไม่มีอัตลักษณ์ ยังไม่มีมนุษย์ — มนุษย์ทุกคนคือการผสมกันของแรงเหล่านี้อย่างไม่สมบูรณ์
เมื่อแรงทั้งสิบผสมกันในสัดส่วนที่เสถียรที่สุด —
รูปแบบที่มนุษย์สามารถดำรงอยู่ได้จึงปรากฏขึ้น
The stable mixtures the human mind can hold.
เส้นทางทั้ง 8 แกนยังไม่จบ — บางตัวเพิ่งเริ่มเดินทาง บางตัวยังรอการเปิดเผยในระดับที่ลึกกว่า
The eight paths are not yet complete. Some have only just begun their descent. Others await deeper levels still hidden.
"From the first foundation to the final unveiling —
the path winds through silence, fire, and light."
เลือกตัวเลือกที่ใกล้เคียงกับคุณที่สุด — ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด ตอบตามสัญชาตญาณได้เลย
Scene narration appears here.
Description appears here.
— hybrid description —
—
— next-step practice —
—
หอจดหมายเหตุจดจำท่านไว้แล้ว แต่การเดินทางที่แท้จริงเริ่มต้นที่นี่ — การฝึกฝนรายวันที่ค่อยๆ ปรับโครงสร้างจริงของจิตของท่าน
— ระบบ roadmap ยังอยู่ระหว่างการเตรียม เร็วๆ นี้ —
ระบบ Brain Core ไม่ใช่การทดสอบเพื่อจำแนกบุคลิกภาพแบบตายตัว แต่คือ กรอบแนวคิดเชิงจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาตนเอง ที่จำลองแนวโน้มการประมวลผลทางจิตใจของบุคคล เมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
คุณลักษณะของแต่ละ Brain Core ถูกถอดรหัสจากทฤษฎี Executive Functions (EFs) ซึ่งเป็นกระบวนการทางปัญญาขั้นสูงที่ถูกควบคุมโดยสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำหน้าที่กำกับดูแลความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย[8] ระบบของเราประยุกต์ใช้โครงสร้างที่สอดคล้องกับมาตรวัดทางคลินิก BRIEF-A (Behavior Rating Inventory of Executive Function-Adult Version)[10] โดยอิงโมเดลแกนหลักสามมิติของ Adele Diamond (2013)[9]
Inhibitory Control (การยับยั้งชั่งใจ) — แกนหลักของกลุ่ม Operator และ Tactician · Working Memory (ความจำขณะทำงาน) — ฐานของกลุ่ม Persistent · Cognitive Flexibility (ความยืดหยุ่นทางความคิด) — จุดเด่นของกลุ่ม Adaptive และ Collapse
การอัป level ในระบบไม่ได้อาศัยเพียงระยะเวลา แต่เกิดจากการทำภารกิจ ที่ท้าทายพฤติกรรมเดิมซ้ำๆ ซึ่งอ้างอิงกลไก Neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการจัดระเบียบและสร้างเส้นทางประสาทใหม่
งานวิจัยคลาสสิกของ Draganski และคณะ (2004) ใน Nature แสดงว่า ผู้ใหญ่ที่ฝึก ทักษะใหม่ต่อเนื่อง 3 เดือน มี Gray Matter เพิ่มราว 3–4% และลดลงเมื่อหยุดฝึก[18] ทำให้การตอบสนองแบบใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่ากลายเป็นโหมดการทำงานหลักของสมองในที่สุด
จุดอ่อน (Weaknesses) หรือสภาวะเสียสมดุลของแต่ละ Core ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความบกพร่อง แต่ถูกทำความเข้าใจผ่านมุมมองของ Coherence Therapy ว่าเป็น "การปรับตัวอันชาญฉลาด" (Ingenious Adaptations) ที่สมองส่วนอารมณ์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องจิตใจจากภัยคุกคามในอดีต[14]
ภารกิจในระบบจึงไม่ใช่วิธีการฝืนธรรมชาติ แต่เป็นกระบวนการมอบประสบการณ์ใหม่ที่ปลอดภัย เพื่อเข้าไปปลดล็อกและเขียนทับ (Reconsolidate) วงจรความจำเชิงอารมณ์ที่ล้าสมัย
เพื่อป้องกันปัญหาการหมดไฟ (Burnout) ระบบพัฒนาตนเองรายวันใช้หลักการ คำนวณแรงจูงใจของ Victor Vroom[11] ผ่านสมการ M = E × I × V
แรงจูงใจ (M) จะเกิดขึ้นได้ต้องมี ความคาดหวังว่าจะทำสำเร็จ (Expectancy), ความเชื่อมั่นในกลไก (Instrumentality), และ เห็นคุณค่าของผลลัพธ์ (Valence) ระบบ To-Do List จะช่วยย่อยเป้าหมายการพัฒนาจิตวิทยาที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นขั้นบันไดเล็กๆ
บันไดการวิวัฒนาการระดับเลเวล 1 ถึง 5 ของแต่ละ Core ถอดแบบจากทฤษฎีจิตวิทยาของ Jane Loevinger[13]
การยึดติดกับกลไกป้องกันตัว = Self-Protective · การที่แกนสมองทำงานหนักจนครอบงำตัวตน = Conformist · เป้าหมายสูงสุด (Level 5) คือ Integrated Stage ซึ่งบุคคลมีปัญญาหยั่งรู้ภายใน และประสานความขัดแย้งในจิตใจได้อย่างสมบูรณ์
คำว่า "Brain Core" หรือ "แกนสมอง" และสถิติ (Stats) ในแพลตฟอร์มนี้ เป็นเพียง อุปมานิทัศน์เชิงสถาปัตยกรรม ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่ออธิบายรูปแบบทางลัดความคิดและการจัดการอารมณ์ ไม่ได้สื่อถึงโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ประสาทวิทยาคลินิก (เช่น ก้านสมอง/Brainstem ที่ทำหน้าที่ควบคุมการตื่นตัวทางชีวภาพ)[15] "การเปลี่ยนโครงสร้างสมอง" ในเว็บนี้ หมายถึงโครงข่ายการเชื่อมต่อระดับจุลภาคผ่านกลไก Neuroplasticity เท่านั้น
เครื่องมือวิเคราะห์ Brain Core ขับเคลื่อนผ่านรูปแบบการประเมินตนเอง ซึ่งในทางการวิจัยทางคลินิกมีข้อสังเกตว่า ผลลัพธ์จากการรายงานตนเอง มักสอดคล้องกับ สภาวะความตึงเครียดทางอารมณ์ ในห้วงเวลานั้นๆ มากกว่าขีดความสามารถที่แท้จริงของระบบประสาท[12] แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็น "เครื่องมือสะท้อนสภาวะความคิด" ไม่ใช่เครื่องมือเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์
ชุดรหัสตัวอักษรสามหลัก (DEI, DEX, FMI, FMX ฯลฯ) เป็น "ระบบรหัสอ้างอิงพิกัดจำลองภายใน" ที่สร้างขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับสถาปัตยกรรม Brain Core ไม่ได้อ้างอิงหรือเกี่ยวข้องกับมาตรวัดจิตวิทยากระแสหลัก รหัสโรค รหัสสารเคมีทางเภสัชวิทยา[3] หรือรหัสสากลใดๆ[5]
มนุษย์หนึ่งคนไม่ได้ประกอบขึ้นจากฟังก์ชันเดียว ไม่มีความโน้มเอียงใดที่สมบูรณ์แบบหรือผิดปกติ ทุกรูปแบบความคิดย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายและพลังขับเคลื่อนเฉพาะตัว ระบบนี้ขอต่อต้านการนำผลลัพธ์ไปใช้เพื่อ ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ การเหมารวม หรือสร้างความชอบธรรมให้กับการทำร้ายผู้อื่น
—
—
—
—
—
—
—
ความก้าวหน้าทั้งหมดจะสูญหาย หอจดหมายเหตุจะลืมท่าน